Join MultiplyOpen a Free ShopSign InHelp
MultiplyLogo
SEARCH

บ่อยครั้งที่ผู้เขียนมักจะถามนักเรียนว่า  ต้องการนำเสนออะไร  เป็นเนื้อหา  ภาพประกอบ  ฉากหลังที่ละลานตา  หรือว่าตัวการ์ตูนดุ๊กดิ๊กๆ  อะไรก็ไม่รู้ที่ทำให้ PowerPoint ของนักเรียนดูลายตาไปหมด

บางทีก็น่าเสียดายที่เนื้อหาการนำเสนอดีๆ  ของเด็กที่ขึ้นไปบนเวที  ไปนำเสนอผลงานหรือผลการศึกษาค้นคว้าจากโครงงานเรื่องต่างๆ  เพราะเด็กๆ  ไปคัดลอกเอาเนื้อหาที่เป็นตัวหนังสือไปวางไว้ที่ PPT  จนเต็ม  แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ  ตัวหนังสือเหล่านั้นมักจะเป็นตัวเล็กๆ  เพราะจะตัดตรงนั้นก็เสียดาย  จะทิ้งตรงนี้ก็จะเสียดายเหมือนกัน  ทั้งๆ  ที่จริง  การนำเสนอโดยใช้  PPT  ไม่ว่าใครก็ตาม  ควรจะต้องคำนึงถึงการออกแบบให้มากๆ  ต้องวิเคราะห์แม้แต่กระทั่งห้องประชุมที่มีแสงเข้ามามากน้อยแค่ไหน  หรือไม่ก็อาจจะต้องเดินไปดูด้วยว่า  เครื่องโปรเจคเตอร์มันยี่ห้ออะไร  มีความสว่างจ้ามากน้อยแค่ไหน  เพราะจะได้ไปออกแบบให้  PPT  ของเราดูดี  ดูเด่น  มีเสน่ห์  ว่าจะต้องใช้สีพื้นหลังทีบหรือจาง  ตัวหนังสือจะต้องตัดกับพื้นหลัง  

เพราะฉะนั้น  เวลาจะออกแบบ  PPT  เพื่อนำเสนอในที่ใดๆ  ก็ตาม  ข้อควรคำนึงเบื้องต้น  ได้แก่

  ๑.  ภาพพื้นหลัง  ควรใช้สีเข้มพอประมาณ  หลีกเลี่ยงการใช้พื้นหลังสีขาว  และที่สำคัญ  ถ้าพื้นหลังเป็นภาพ  รูปภาพ  รูปวาด  หรือรูปถ่าย  ควรจะเป็นภาพที่มีความหมายสื่อถึงเรื่องราวที่นำเสนอ  ผู้เขียนมักจะเจอเด็กเอาภาพการ์ตูนญี่ปุ่นมาเป็นฉากหลังของ  PPT  วิชาพระพุทธศาสนา  อยู่เสมอ  เหตุผลของเด็กก็คือ  ผมชอบครับ  หนูชอบค่ะ.

  ๒.  ตัวหนังสือ  ต้องตัดกับพื้นหลัง  และที่สำคัญต้องมีขนาดใหญ่  พอให้คนในห้องประชุมที่นั่งอยู่ไกลเกือบ  ๕๐  เมตร  มองเห็น  ไม่ต้องกังวลว่า  ผู้ชมจะไม่รู้เนื้อหาสาระครบถ้วนถ้านำเอาเฉพาะหัวข้อใหญ่ๆ  ประเด็นสำคัญๆ  ภาพที่โดดเด่นน่าดูชม  เพราะคนฟังส่วนใหญ่ชอบฟัง  แค่อ่านและดูก็เฉพาะที่น่าสนใจจริงๆ  ทางออกคือ  เรานำเอาแค่หัวข้อหรือจุดเน้นขึ้นจอ  ส่วนรายละเอียดก็พูดนำเสนอด้วยท่วงท่ากระชับ  ชัดเจน  ตรงประเด็น  แบบนี้ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว

  ๓.  ส่วนการใช้เทคนิคพิเศษ (Effect)  ควรใช้เท่าที่จำเป็น  เพราะบางทีเพื่อนๆ  ก็นั่งหาวนอนกว่าเอฟเฟคจะมา  จะไป  จะย้อนกลับ  ยิ่งไปเจอคอมพิวเตอร์ที่ช้าๆ  อืดๆ  ไวรัสเต็มเครื่องแล้วล่ะก็  งานนี้ได้หาวนอนกันแน่  หรือไม่ก็ตกอกตกใจกันเมื่อเสียงเอฟเฟคประกอบเสียงดังมากไป  แถมไม่เข้ากับเนื้อหาของงานอีกต่างหาก

ผู้เขียนเดินดูฟิวเจอร์บอร์ดหรือป้ายนิเทศที่เด็กๆ  ใช้ความพยายาม  ใช้แรงงาน  ใช้ความคิดสร้างสรรค์  ทำออกมาอย่างสวยงาม  มีมิติ  สื่อสารได้ชัดตรงประเด็น  จนบางทีคิดเล่นๆ  ว่า  ทำไมไม่ยกเอาฟิวเจอร์บอร์ดอันนี้ไปใส่หน้าจอคอมพิวเตอร์แทน PPT  เลย  เพราะทำสวยกว่า  PPT  ที่ทำจากคอมพิวเตอร์เสียอีก

ครูมีส่วนสำคัญที่จะช่วยชี้แนะนำทางเด็ก  เริ่มตั้งแต่การกำหนดวัตถุประสงค์  ขั้นตอนการศึกษา  และขั้นนำเสนอผลการศึกษา  อีกข้อหนึ่งที่มักจะมองข้ามก็คือ  ปล่อยให้เด็กเขียนบทคัดย่อ  (Abstract)  แบบมั่วๆ  โดยไม่ได้สนใจเลยว่าจะถูกหรือผิด  จะตรงประเด็นหรือเปล่า  โครงงานของเด็กส่วนใหญ่  จึงมักจะออกมาในรูปของงานที่แยกส่วน  ที่เอามาเชื่อมกันแล้ว  แทบจะเป็นรูปร่างแปลกประหลาด  ต่อกันออกมาเป็นแบบแขนเอาไปไว้บริเวณขา  เอาขาไปทำเป็นแขน  เป็นต้น

มีหลักคิดอยู่ข้อหนึ่งเกี่ยวกับการนำเสนอก็คือ  สื่อดี..ไม่สู้พรีเซนต์ดี  ถ้าได้นักพูดดีๆ  แม่นยำตรงประเด็น  รู้จักจังหวะเวลา  มีเทคนิคเสียงสูงต่ำ  ชักนำให้คนฟังคล้อยตามได้  ต่อให้หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ขนาดไหน  คนฟังก็เชียร์ใจขาดครับ  ผมเคยเห็นมาแล้วหลายคน.


0 Comments
Add a Comment