ชื่อผู้ตอบแบบสอบถาม: พระมหาธราบุญ (คูจินดา) จิรชีโว
๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
เรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา
๑. ทิศทางการศึกษาไทยทุกระดับ/ประเภท/กลุ่มการศึกษาและกลุ่มแรงงานกลุ่มผู้ไม่รู้หนังสือจะเป็นอย่างไร
มีแนวโน้มที่จะมีคุณภาพชีวิตต่ำ มีโอกาสที่จะตกงานสูง เพราะขาดความรู้ความสามารถที่จำเป็นสำหรับการทำงานขั้นสูง อาจจะได้ทำงานในภาคบริการที่ใช้แรงงานหนักแต่ได้รับค่าตอบแทนต่ำ และจะขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่มีความสุขในการดำรงชีวิตเพราะการไม่รู้หนังสือเป็นอุปสรรคต่อการแสวงหาความรู้และประสบการณ์ชีวิต
๒. ถ้าจะให้บุคคลเหล่านี้มีโอกาสในการศึกษามากขึ้น รัฐ ชุมชน เอกชน องค์กรทางการศาสนา และองค์กรทางภาคธุรกิจควรจะทำอย่างไร
ต้องจัดการศึกษาที่เน้นวิชาชีพให้กลุ่มคนที่ไม่รู้หนังสือจะเหมาะสมกว่าการนำคนเหล่านี้กลับเข้าไปสู่ระบบการศึกษาสามัญ เพราะถึงแม้คนกลุ่มนี้จะมีความหลากหลายทางสังคม แต่ก็น่าจะมีปัญหาพื้นฐานเดียวกันคือความยากจน จนไม่สามารถเข้าถึงระบบการศึกษาได้ ถึงแม้รัฐจะจัดการศึกษาฟรี แต่ยังมีกลุ่มคนที่ยากจนมากหรือคนไร้สัญชาติ ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา องค์กรต่างๆ ควรจะมีนโยบายช่วยเหลือกลุ่มคนที่ไม่รู้หนังสือ เช่น วัดจัดตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา บริษัทเอกชนใหญ่ๆ จัดตั้งสถาบันการศึกษาเพื่อฝึกวิชาชีพและนำคนกลุ่มนี้เข้าทำงาน เป็นต้น
๓. การขยายโอกาสทางการศึกษาตามแนว พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแผนการศึกษาแห่งชาติทั้งในส่วนของการกำหนดนโยบาย การให้การส่งเสริมสนับสนุน และการเปิดโอกาสให้เอกชนและองค์กรต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วม เท่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะเป็นอย่างไร
เกิดปัญหาเรื่องการควบคุมคุณภาพการจัดศึกษาที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น โรงเรียนประถมฯที่จะขยายชั้นเรียนเพิ่มเป็น ม.๑-๓ จำเป็นต้องรับนักเรียนกลุ่มด้อยหรือกลุ่มเสี่ยงที่ถูกผลักดันออกมาจากโรงเรียนขนาดใหญ่ กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไม่มีความเชี่ยวชาญในการกำกับดูแลหรือส่งเสริมสนับสนุนโรงเรียน หน่วยงานที่มีงบประมาณเช่น หน่วยงานท้องถิ่น ไม่ได้จัดงบประมาณสนับสนุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
ข้อเสนอแนะคือ ควรแยกสถานศึกษาออกเป็น ๓ ระดับ คือ ปฐมวัยและประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย และส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้สามารถแข่งขันกับสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐได้ เช่น ให้สถาบันภาครัฐเปิดสอนเฉพาะสาขาที่มีการลงทุนสูง เช่นแพทย์ เทคโนโลยี เป็นต้น สาขามนุษยศาสตร์และสังคมควรเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเป็นผู้ดำเนินการ ก็จะทำให้ควบคุมอัตราการผลิตบัณฑิตออกมาให้เหมาะสมและไม่ตกงานมากจนเกินไป
๔. ผลของการพัฒนาการศึกษาในยุคปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ที่ส่งผลต่อการพัฒนาการศึกษาของประเทศ มีแนวโน้มจะเป็นอย่างไรในอีก ๕-๑๐ ปีข้างหน้า
จะทำให้เกิดการตื่นตัวต่อการศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะประเทศไทยจะต้องเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ที่จะต้องปรับปรุงนโยบายและทิศทางการศึกษาของไทยให้ทัดเทียมประเทศเพื่อนบ้านเช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย โดยเฉพาะทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางในการศึกษาและทำงานร่วมกับประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน การศึกษาจะกลายเป็นธุรกิจชนิดหนึ่งที่จะเป็นตัวแปรสำคัญในการแข่งขันภายในกลุ่มประเทศอาเซียน
๕. ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาของคนไทยแต่ละกลุ่ม เช่น แรงงาน คนกลุ่มน้อย ผู้ไม่รู้หนังสือ คนสูงอายุ คนเข้าเมือง ฯลฯ น่าจะมีอะไรบ้างและแก้ไขอย่างไร
ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคได้แก่ ความยากจน การเข้าไม่ถึงแหล่งทุน การเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และความเหลื่อมล้ำของ
แนวทางการแก้ไขได้แก่ การส่งเสริมการศึกษานอกระบบ(กศน.)และการศึกษาตามอัธยาศัยให้มีคุณภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะจะสามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่อยู่ถิ่นทุรกันดารได้ดีกว่าการศึกษาในระบบ และหลักสูตรควรเป็นหลักสูตรระยะสั้นๆ ที่เรียนจบแล้วสามารถประกอบอาชีพได้ ไม่จำเป็นต้องเน้นให้ได้ปริญญา
๖. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาของคนไทย ทุกกลุ่มทุกระดับการศึกษา น่าจะมีอะไรบ้าง จะเพิ่มปัจจัยเหล่านี้ได้อย่างไร
ปัจจัยที่ส่งเสริมการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาได้แก่ การขยายหรือจัดตั้งสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งข้อมูลสารสนเทศเช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต และการลดค่าบริการด้านการสื่อสารให้ถูกลง
๗. ระบบการศึกษา เศรษฐกิจ สภาพทางการเมืองและทัศนคติของคนเมืองไทยต่อการศึกษา มักจะเกี่ยวพันกัน ท่านคิดว่าระบบต่างๆ เหล่านี้ควรจะปรับอย่างไร เพื่อให้คนไทยมีโอกาสทางการศึกษาทั้งปริมาณและคุณภาพสูงขึ้นเพียงพอจะยืนหยัดอยู่ในอาเซียนและสังคมโลกได้
ระบบการศึกษาไทยมีขนาดใหญ่มากเกินไป จับต้องตรงไหนก็พบปัญหา เช่น ปัญหาหนี้สินของครู ปัญหาคุณภาพการเรียนการสอน ปัญหาคุณภาพผู้เรียน และการบริหารที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการหรือสถานการณ์จริง ประเทศไทยควรปรับทิศทางการพัฒนาประเทศอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วพัฒนาประชากรให้สอดคล้องกับนโยบายนั้น เช่น การพัฒนาประเทศให้เป็นประเทศอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และธรรมชาติ เป็นต้น อาจต้องมีการกำหนดพื้นที่ในประเทศออกเป็นส่วนๆ เช่น เขตอุตสาหกรรม เขตเกษตรกรรม เขตท่องเที่ยว เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นได้ศึกษาตรงความต้องการของภาคธุรกิจ และสามารถพัฒนาท้องถิ่นของตนได้
๘. ข้อเสนอแนะ/ความเห็นอื่นๆ ที่ท่านต้องการให้คณะผู้วิจัยนำเสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการประเทศไทยเพื่อพัฒนาการศึกษาไทยให้เข้าสู่ระดับโลกในอนาคตอันใกล้เช่น ๑๐ ปี
ควรกำหนดเพดานการกู้ยืมเงินของบุคลากรทางการศึกษาไม่ให้ก่อหนี้สินเกินตัวจนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและคุณภาพการจัดการเรียนการสอน.